ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์.....เทศบาลตำบลโนนบุรี  อำเภอสหัสขันธ์  จังหวัดกาฬสินธุ์ .............. Welcome to nonburee municipality..........


   

      
              พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร

ไดโนเสาร์เป็นสัตว์เลื้อยคลานโบราณชนิดหนึ่ง อาศัยอยู่บนผืนแผ่น
ดินและสูญหมดไปจากโลกเมื่อหกสิบห้าล้านปีมาแล้ว
อีสานยุคไดโนเสาร์
        ยุคครีเทเชียสตอน ( Early Cretaceous) เมื่อประมาณ 130 ล้านปีก่อน
ผืนแผ่นดินอิสานมีลักษณะภูมิประเทศ เป็นที่ราบลุ่มน้ำใหญ่ เป็นแหล่งอาศัย
ของไดโนเสาร์ และ สัตว์ดึกดำบรรพ์ซึ่งเมื่อตายลงไปก็ถูกตะกอน จากแม่น้ำ
กลบฝังเก็บรักษาเอาไว้กลายเป็นซากดึกดำบรรพ์ สาเหตุที่ไดโนเสาร์มาตาย
รวมกันอยู่ที่นี่มีหลายสาเหตุด้วยกันสาเหตุหนึ่ง สันนิษฐานว่า สภาพแวดล้อม
โบราณในยุคครีเทเชียสตอนต้น บริเวณนี้เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำใหญ่ มีแม่น้ำไหล
คดเคี้ยวตวัดไปมา ( meandering riers) สภาพภูมิอากาศเป็นแบบกึ่งแห้งแล้ง
(semi-arid environment) ในฤดูแล้งกระแสน้ำจะไหลเอื่อย ๆ แต่ในฤดูฝน
จะมีน้ำป่าไหลหลากมาอย่างแรง ทำให้แม่น้ำมีกระแสน้ำไหล เชี่ยวและมีน้ำ
เอ่อล้นท่วมตลิ่งเป็นบริเวณกว้าง ฝูงไดโนเสาร์ที่อาศัยหากินที่ บริเวณริมน้ำ
และใช้เส้นทางเดิมข้ามแม่น้ำเป็นประจำได้พยายามเดินข้ามแม่น้ำ ตามปกติ
แต่กระแสน้ำไหลแรงมาก   ไดโนเสาร์ฝูงใหญ่มีจำนวนมากจึงเกิดการ
เบียดชนและเหยียบกัน   พวกที่อ่อนแอจึงจมน้ำตาย ซากถูกพัดมาเกยตื้น
อยู่บริเวณสันดอนหรือริมตลิ่ง   ต่อมาถูกฝังกลบด้วยตะกอน ดินทรายเป็นระยะ
เวลานานนับหลายหมื่นหลายล้านปี   จนกลายเป็นฟอสซิล หรือ ซากดึกดำบรรพ์


หรือ ซากดึกดำบรรพ์เก็บรักษาไว้ในชั้นหินให้นักโบราณชีววิทยาทำการขุดค้นอนุรักษ์และศึกษาวิจัย แล้วจินตนาการถึงสภาพแวดล้อมโบราณ
และความเป็นอยู่ของสิ่งมีชีวิตในอดีตให้เราได้รับรู้ในปัจจุบัน ไดโนเสาร์ซอโรพอต จากภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์

             สุสานไดโนเสาร์  

เรื่องราวความเป็นมาของกระดูกไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 พระญาณวิสาลเถร (พระครูวิจิตรสหัสคุณ)
เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ท่านได้พาภิกษุสามเณร ภายในวัดพัฒนาถนนรอบภูเขา   อยู่หลายวัน จนไปพบซากกระดูกไดโนเสาร์และเข้าใจว่า
เป็นต้นไม้ที่มันกลายเป็นหินเรี่ยราดอยู่ตามภูเขา ซึ่งยาวประมาณ 10 เมตร ซึ่งเป็นต้นไม้ใหญ่ก็เลยหยิบเอากระดูก นั้นหนักประมาณ 6 กิโลกรัม
ท่านจึงได้นำเอามาเก็บไว้ที่ศาลา ปี พ.ศ. 2521 โดย ดร. วราวุธ สุธีธร , นาย ไพรัตน์ จรรยาหาญ , และคณะ ขณะที่สำรวจทำแผนที่ธรณีวิทยา
มาตราส่วน 1 : 250,000 ระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดโดยพบกระดูก 3 ชิ้น ซึ่งเก็บไว้โดยพระครูวิจิตรสหัสคุณ เจ้าอาวาส หลังจากนั้น
คณะสำรวจโบราณชีววิทยาชีววิทยา - ฝรั่งเศสไปสำรวจเพิ่มเติมเมื่อปี พ.ศ. 2523 พบร่องรอยเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อย และได้นำกระดูก 3 ชิ้น
นั้นมาศึกษา พบว่าเป็นส่วนของกระดูกขาหน้าของไดโนเสาร์ซอโรพอต ( Buffetaut, 1982 , 1983 ) ในช่วงปี พ.ศ. 2535 ท่านพระครูวิจิตรสหัสคุณ
ก็ได้ขึ้นไปวิปัสสนาอยู่บนหลังเขาภูกุ้มข้าว และไม่ให้ลูกศิษย์รูปใดเข้าไปรบกวน รบกวน เป็นเวลา 3 พรรษา   และวันนั้นเป็นวันที่ฝนตกหนักมาก
ปรากฏว่าท่าน ได้นิมิตเห็นสัตว์ชนิดหนึ่งคอยาว ๆ เล่นน้ำอยู่ที่สระน้ำใหญ่ ที่วัด สักกะวันแห่งนี้ไม่นานนักมันก็หายไป ในช่วงเดือนกรกฎาคม
ต้นเข้าพรรษาพอดีและเดือนตุลาคมปลายออกพรรษ ครั้นในปี พ.ศ. 2536 ท่านก็ได้นิมิตเห็นอีกครั้งและเมื่อปี พ.ศ. 2537 ตอนเข้าพรรษา
ท่านก็ได้เห็นอีกอยู่ใกล้ประมาณ 10 เมตร จากวันนั้นอีก 3 วันต่อมา ท่านก็ได้นิมิตเห็นแสงสว่างสีเหลือง เหลือง แล้วท่านก็เห็นเป็นรถบัสสีแดง
วิ่งมาจากถนนทางทิศใต้ตรงที่วัดแห่งนี้จากนั้น ก็มี พระสงฆ์รูปนั้นก็ชี้ลงตรงไปพบซากกระะดูกไดโนเสาร์แล้วพูดว่า  " ที่นี้สมบูรณ์แล้ว"
จากนั้นภาพก็ค่อย ๆ จางหายไปและได้เกิดแสงสว่าง จ้าทั่วโลกทำให้ท่านมองเห็นนครเวียงจันทร์ (ภูเขาควายที่ประเทศลาว) แสงเหล่านั้น
จึงค่อย ๆ จางหายไป พอตอนเช้าท่านจึงได้ลงจาก หลังภูเขาภูกุ้มข้าววันนั้นก็ได้มีพายุฝนตกหนักตั้งแต่ตอนเช้าจนถึงเที่ยงวัน แล้วท่านก็ได้
ได้ เดินออกไปตรวจดูบริเวณที่นิมิตเห็นรถบัสคันนั้น มาจอดอยู่ทำให้ท่านเกิดนิมิตพบโศก (หลุมลึก)   กว้างประมาณ 4 ศอก ยาว 8 ศอก
ศอก จากที่ฝนตกหนักทำให้น้ำฝนได้ชะล้างหน้าดินจึงพบชิ้นส่วน กระดูกมีลักษณะกลายเป็นหินโผล่ออกมา ท่านก็ได้เก็บเอากระดูกมากอง
ไว้ประมาณ 20- 30 ชิ้น จนกระดูกกองนั้น สูงเท่าเอวตอนแรกท่านก็ ็คิดว่ามันเป็นกระดูกช้างท่านเก็บกระดูกตรงนั้นเป็นเวลา 4 วัน
จนพระภิกษุภายในวัดถามว่า "ท่านไปบริเวณนั้นทำไม" และท่านก็ได้เล่าเรื่องราว ของกระดูกนั้นให้พระภิกษุในวัดฟังและพาไปดูที่ท่านพบซากกระดูก
จากนั้นท่านก็ได้ไปเชิญท่านนายอำเภอ ทางอำเภอจึงได้มาตรวจ ูแต่ก็ไม่ทราบชัดเจนว่าเป็นกระดูกอะไร ทางอำเภอจึงได้ติดต่อไปทางจังหวัด
และนำเอากระดูกไปตรวจ ที่จังหวัดด้วย 2-3 ชิ้น จากนั้น ทางจังหวัดจึงได้แจ้งไปยังกรมทรัพยากรธรณีมาตรวจสอบ  ซึ่งทางกรมทรัพยากรธรณี
จึงได้ขอกระดูกส่วนข้อไปพิสูจน์โดย ได้ทำการพิสูจน์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากฝรั่งเศสก็ได้พบว่ากระดูกไดโนเสาร์ และได้ทำการสำรวจและขุดค้น
อย่างเป็นระบบจนถึงปัจจุบัน ต่อมาเดือนกันยายน 2537 นาย วราวุธ สุธีธร นาย เยาวลักษณ์ ชัยมณี นาย อัศนี มีสุข นาย ธีระพล วงศ์ประยูร
และคณะจากกอง ธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี ได้ออกไปศึกษาวิจัยซากหงอนที่พบอยู่ในแหล่งไดโนเสาร์ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ  
ประเทศไทย ในช่วงที่สำรวจอยู่ในพื้นที่นั้น ก็ได้รับแจ้งจากฝ่ายพัฒนาน้ำบาดาลที่ 3 โดยนาย อนันต์ เกตุเอม และนาย สุนทร ปัญจสุธารส
ว่าทางวัดสักกะวัน พบกระดูก คาดว่าเป็นกระดูกไดโนเสาร์ จึงได้ไปตรวจสอบร่วมกันเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2537 ผลการขุดทดสอบเบื้องต้น
เมื่อวันที่ 13-14 กันยายน 2537  พบว่า เป็นแหล่งสะสมกระดูกที่น่าสนใจมาก แต่ว่าช่วงเวลาที่ขุดเป็นฤดูฝน ชั้นหินมีน้ำมากทำให้การขุดค้นไม่สะดวก
อาจทำให้กระดูกเสียหายได้ จึงทำการปิดหลุมไว้ชั่วคราว พร้อมทั้งกำชับให้ทางวัดช่วยดูแล ห้ามมิให้ผู้ใดมาขุดค้นทำลายการขุดอย่างเป็นระบบ
ได้เดือนพฤศจิกายน 2537 คณะสำรวจไดโนเสาร์ไทย - ฝรั่ง ก็ได้ออกทำการสำรวจค้นหาฟอสซิลไดโนเสาร์อีกครั้งหนึ่งคราวนี้มุ่งหน้าไป
ทำการขุดค้นแหล่งที่พบเมื่อ 2 เดือนก่อน ที่ภูกุ้มข้าว วัดสักกะวัน เราคาดการณ์ว่าควรจะใช้แวลาทำการขุดและเข้าเฝือกกระดูกเอากลับห้องปฏิบัติการ
ทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยในเวลา 1 เดือน แต่ว่าเราคาดการณ์ผิดหมดเมื่อเริ่มขุดในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2537 กระดูก 2-3 ชิ้น เริ่มโผล่จากหินทรายสีแดง
หินทรายชั้นที่กลบฝังกระดูกอยู่นี้ค่อนข้างร่วนซุย เนื่องจากซีเมนต์ที่เชื่อมเม็ดทรายมีน้อย   ทำให้การขุดทำได้เร็ว ฉะนั้นเพียงสัปดาห์แรกกระดูกขาหน้า
กระดูกสะโพก และกระดูกส่วนหางของไดโนเสาร์ซอโรพอตขนาดใหญ่ก็โผล่ออกมาจากชั้นหินเรียงรายเห็นเป็นกลุ่มใหญ่ ประมาณ 50 ชิ้น หลุมขุด
ขยายกว้างไปเรื่อย ๆถึงสัปดาห์ที่ 2 กระดูกขาและกระดูกเท้า กระดูกสะบัก กระดูกคอ หลายชนิดก็โผล่ขึ้นมา กระดูกซี่โครงหลายซี่เรียงระเกะระกะออกมา
จากระดูกสันหลัง แล้วก็มาถึงกระดูกต้นขาหลัง อีก 2 คู่วางกันอยู่ในกองกระดูก 2 กอง ทำให้บอกได้ว่ากระดูกเหล่านี้มาจากไดโนเสาร์อย่างน้อย 2 ตัว
การขุดดำเนินต่อเนื่องไป หลุมขุดขยายกว้างออกไป จำนวนกระดูกก็โผล่มากขึ้นทุกที จนเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2537 กระดูกเลขสุดท้ายที่ลงในแผนผัง
คือ 181 ถึงตอนนี้ หลุมขุดแห่งนี้ก็เป็นแหล่งที่พบฟอสซิลไดโนเสาร์ที่มากที่สุดในประเทศไทย มากยิ่งกว่าหลุมขุดทุกแห่งที่เคยขุดมาก่อน และชิ้นกระดูก
ยังมีต่อเนื่องเข้าไปในชั้นหินอีก การขุดยังต้องดำเนินต่อไปหลุมขุดค้นวัดสักกะวัน ห่างจากโบสถ์วัดสักกะวันเพียง 150 เมตร โดยแยกเข้ามา
จากถนนกาฬสินธุ์ สหัสขันธ์ ที่ กม 28 ข้างโรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา ก่อนถึงที่ว่าการอำเภอสหัสขันธ์เพียง 2 กิโลเมตร เรียกได้ว่าอยู่กลางอำเภอ
การคมนาคมสะดวก ทำให้มีผู้มาเยี่ยมชมการขุดค้นกระดูกจำนวนมากทุกวัน ตั้งแต่เช้าถึงค่ำ ฉะนั้นปัญหาที่ตามมาคือ การป้องกันหลุมขุดค้น เกตุเอม
หัวหน้าฝ่ายพัฒนาน้ำบาดาล 3 จึงเห็นร่วมกันว่าควรมีหลังคาและรั้วป้องกัน ซึ่งฝ่ายพัฒนาน้ำบาดาล 3 ได้สนับสนุนโครงการนี้โดยส่งเจ้าหน้าที่ 10 คน
พร้อมอุปกรณ์มาดำเนินการสร้างอาคารโครงเหล็ก หลังคาสังกะสีมีช่อง แสงกั้นรอบด้วยตาข่าย มีประตูใหญ่ 2 บาน คลุมพื้นที่ 9x12 เมตร  
ขอบหลุมเรียงด้วยก้อนหินทราย กลบด้วยดินทรายที่ขุดออกจากหลุมขุดค้น คณะ เจ้าหน้าที่ชุดนี้ปฎิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่ง เพียง 10 วัน
อาคารป้องกันหลุมก็เสร็จเรียบร้อย ในเวลาต่อมาก็ต้องขยายพื้นที่ขุดเพิ่มเติม จึงสร้าง อาคารต่อไปอีก 11x12 เมตร หากรวมแล้วอาคารปัจจุบัน
จึงมีพื้นที่ประมาณ 240 ตารางกิโลเมตร


สหัสขันธ์รื่นรมย์  พระพรหมภูสิงห์  สวยยิ่งเขื่อนลำปาว  ภูค่าวพระนอน  พักผ่อนแหลมโนนวิเศษ  อาเขตไดโนเสาร์  ภูกุ้มข้าวสัตว์โลกล้านปี

   

ตลอดช่วงปี พ.ศ. 2538 ได้ทำการขุดกระดูกภายในบริวเณที่สร้างหลังคา และรั้วป้องกันไว้ในช่วงก่อนฤดูฝน ก็ได้รับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่
และเครื่องมือเจาะหินขนาดใหญ่จากกองช่างกรมทรัพยาธรณี ทำการขุดกระดูก และกองรังวัดก็ช่วยทำรังวัดที่บริเวณภูกุ้มข้าวเป็นแผนที่ภูมิประเทศ
เพื่อใช้ในการวางแผนพัฒนาภูกุ้มข้าวถึงเดือนตุลาคม 2538 ได้ทำการขุดพบกระดกูอีกหลายร้อยชิ้น ที่น่าสนใจมากคือฟอสซิลไดโนเสาร์ซอโรพอตตัวหนึ่ง
เกือบสมบูรณ์ทั้งตัว โดยที่กระดูกยังคงเรียงรายต่อกันอยู่ โดยไดโนเสาร์ตัวนี้นอนคว่ำกระดูกสันหลังตั้งขึ้นมีซี่โครงออก 2 ข้างของลำตัว
กระดูกสะโพกทุกชิ้นยังอยู่ ในตำแหน่งเดิม ต่อไปถึงกระดูกหาง ซึ่งเรียงม้วนเป็นวงกลม พาดขึ้นไปกลางหลังและยาวต่อไปจนกระทั่งถึงปลายทาง
กระดูกขาหลัง 2 ข้าง ก็อยู่ทั้งซ้าย ขวา แต่ขาท่อนล่างหลุดกระจายออกไป ขาหน้าข้างซ้ายยังอยู่ แต่ขาหน้าข้างขวา คอ และส่วนหัวหลุดกระจายออกไป
โครงกระดูก ของไดโนเสาร์ที่พบนี้นับว่าเป็นโครงกระดูกที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยพบมาในไทย คงจะบอกเราเกี่ยวกับขนาดรูปร่างขึ้นใหม่ถูกต้อง
นอกจากโครง ร่างนี้แล้ว ก็ยังพบส่วนของหัวกระโหลก ไดโนเสาร์ซอโรพอตอีกหลายชิ้น ทำให้ทราบว่าแหล่งนี้มีไดโนเสาร์ซอโรพอต 2 ชนิด
และคาร์โนซอร์ 2 ชนิด จากกระดูกที่พบทั้งหมดขณะนี้กว่า 630 ชิ้น ซึ่งมาจากไดโนเสาร์อย่างน้อย 6 ตัว ส่วนใหญ่เป็นกระดูกไดโนเสาร์ซอโรพอต
จากนั้นเป็นต้นมา ฟอสซิลจากหลุมขุดค้นก็ค่อย ๆ ทยอยนำขึ้นมาอนุรักษ์ภายในห้องปฎิบัติการเฉพาะกิจ ซึ่งจัดตั้งโดยใช้ศาลาของวัด
สักกะวันเป็นที่ทำการขณะเดียวกัน กรมทรัพยากรธรณีก็จัดสร้างอาคารเพื่อใช้เป็นห้องปฎิบัติการสำหรับอนุรักษ์ตัวอย่างฟอสซิลเหล่านี้
ตามวิธี ที่เหมาะสมและทันสมัยที่สุดเท่าที่มีอยู่เช่นในต่างประเทศ เมื่อตัวอย่างเหล่านี้ได้รับการอนุรักษ์อย่างถูกต้องตามกระบวนการแล้ว
ก็จะได้รับการ ศึกษาเปรียบเที่ยบเพื่อวินิจฉัยชนิดและอายุของฟอสซิลเหล่านั้น สหัสขันธ์รื่นรมย์   พระพรหมภูสิงห์   สวยยิ่งเขื่อนลำปาว ภูค่าวพระนอน  
พักผ่อนแหลมโนนวิเศษ   อาเขตไดโนเสาร์   ภูกุ้มข้าวสัตว์โลกล้านปี จากการศึกษาวิจัยซากกระดูกไดโนเสาร์ที่ภูกุ้มข้าว วัดสักกะวัน อำเภอสหัสขันธ์
จังหวัดกาฬสินธุ์ ทำให้ทราบว่าเป็นไดโนเสาร์ซอโรพอต 2 ชนิดชนิดแรกเป็นเดียวกับที่อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่นคือ
ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน ( Phuwiangosaurus sirindhorhae)  ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ในยุคครีเทเชียส ตอนต้น นานประมาณ 130 ล้านปีมาแล้ว  
เป็นไดโนเสาร์ซอโรพอตกินพืชเป็นอาหารมีขนาดกลางเดิน 4 เท้า คอยาว หางยาวและมีขนาดยาวประมาณ 15 - 20 เมตร  
ชนิดที่สองยังต้องรอผลการวิจัยและนอกจากนี้ยังมีฟันของไดโนเสาร์ คาร์โนซอร์ อีก 2 ชนิด คือ สยามโมซอรัส สุธีธรนิ
และสยามโมโทรันนัส อิสานเอนซิสมี ชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 130 ล้านปีมาแล้วปัจจุบันพบซากไดโนเสาร์ซอโรพอต
ในหลุมเดียวกันเป็นจำนวนอย่างน้อย 6 ตัว และมีกระดูกมากถึงเกือบ 800 ชิ้น



               

               

              
  หมายเลขโทรศัพท์พิพิธภัณฑ์สิรินธร 0-4387-613 ,0-4387-1614 หมายเลขโทรศัพท์หลุมไดโนเสาร์ 0-4387-1025




                          


             
  


                 


สำนักงานเทศบาลตำบลโนนบุรี
เลขที่ 70 ถนนหน้าเมือง ตำบลโนนบุรี
อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46140
โทรศัพท์ : 0-4387-1146โทรสาร : 0-4387-1566 ,หมายเลขฉุกเฉิน 0-4387-1329
E-mail : nonburee_radio@hotmaill.com

Web master : antyclub20@hotmail.com
(ผู้ดูแลระบบและปรับปรุงเว็บไซด์ : นางสาวพักตร์ศิริ ผลเรือง
นักวิชาการประชาสัมพันธ์)





WEB  LINK


















 

บริการ ททท.


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เที่ยวทั่วไทย

กระทรง ICT

เว็บไซต์สุขภาพ


thaiclinic.com
clinicsquare.com
clinicrak.com
maama.com
doolaedek.com
thaiquit.com
thaimental.com
thaicancer.com
thaibaby.com
samunpai.com
thaidental.com
sleepbest.com
welcome.to/obesity

เว็บไซต์วัยรุ่นและเด็ก


jorjae.com
teentalk.to
mymbassy.com
narak.com
dozika.com
bangkokcity.com
kibkae.com
jingiai.com
kidsquare.com

เว็บไซต์ศาสนาและความเชื่อ


issara.com
thaiamulet.com
thaiislamic.com
watpaknam.org
dhammathai.org
panya.iirt.net
muslimthai.com
thaibible.or.th
script.co.th

        

             
             


จำนวนผู้เยี่ยมชม
(นับตั้งแต่วันที่ 12   สิงหาคม   2549)