หรือ ซากดึกดำบรรพ์เก็บรักษาไว้ในชั้นหินให้นักโบราณชีววิทยาทำการขุดค้นอนุรักษ์และศึกษาวิจัย
แล้วจินตนาการถึงสภาพแวดล้อมโบราณ
และความเป็นอยู่ของสิ่งมีชีวิตในอดีตให้เราได้รับรู้ในปัจจุบัน
ไดโนเสาร์ซอโรพอต จากภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
สุสานไดโนเสาร์ 
เรื่องราวความเป็นมาของกระดูกไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 พระญาณวิสาลเถร (พระครูวิจิตรสหัสคุณ)
เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ท่านได้พาภิกษุสามเณร ภายในวัดพัฒนาถนนรอบภูเขา อยู่หลายวัน จนไปพบซากกระดูกไดโนเสาร์และเข้าใจว่า
เป็นต้นไม้ที่มันกลายเป็นหินเรี่ยราดอยู่ตามภูเขา ซึ่งยาวประมาณ 10 เมตร ซึ่งเป็นต้นไม้ใหญ่ก็เลยหยิบเอากระดูก
นั้นหนักประมาณ 6 กิโลกรัม
ท่านจึงได้นำเอามาเก็บไว้ที่ศาลา
ปี พ.ศ. 2521 โดย ดร. วราวุธ สุธีธร , นาย ไพรัตน์ จรรยาหาญ , และคณะ ขณะที่สำรวจทำแผนที่ธรณีวิทยา
มาตราส่วน 1 : 250,000 ระหว่างจังหวัดร้อยเอ็ดโดยพบกระดูก 3 ชิ้น ซึ่งเก็บไว้โดยพระครูวิจิตรสหัสคุณ เจ้าอาวาส
หลังจากนั้น
คณะสำรวจโบราณชีววิทยาชีววิทยา - ฝรั่งเศสไปสำรวจเพิ่มเติมเมื่อปี พ.ศ. 2523 พบร่องรอยเพิ่มเติมเพียงเล็กน้อย และได้นำกระดูก 3 ชิ้น
นั้นมาศึกษา พบว่าเป็นส่วนของกระดูกขาหน้าของไดโนเสาร์ซอโรพอต ( Buffetaut, 1982 , 1983 )
ในช่วงปี พ.ศ. 2535 ท่านพระครูวิจิตรสหัสคุณ
ก็ได้ขึ้นไปวิปัสสนาอยู่บนหลังเขาภูกุ้มข้าว
และไม่ให้ลูกศิษย์รูปใดเข้าไปรบกวน
รบกวน เป็นเวลา 3 พรรษา และวันนั้นเป็นวันที่ฝนตกหนักมาก
ปรากฏว่าท่าน
ได้นิมิตเห็นสัตว์ชนิดหนึ่งคอยาว ๆ เล่นน้ำอยู่ที่สระน้ำใหญ่ ที่วัด
สักกะวันแห่งนี้ไม่นานนักมันก็หายไป
ในช่วงเดือนกรกฎาคม
ต้นเข้าพรรษาพอดีและเดือนตุลาคมปลายออกพรรษ
ครั้นในปี พ.ศ. 2536 ท่านก็ได้นิมิตเห็นอีกครั้งและเมื่อปี พ.ศ. 2537
ตอนเข้าพรรษา
ท่านก็ได้เห็นอีกอยู่ใกล้ประมาณ 10 เมตร
จากวันนั้นอีก 3 วันต่อมา ท่านก็ได้นิมิตเห็นแสงสว่างสีเหลือง เหลือง แล้วท่านก็เห็นเป็นรถบัสสีแดง
วิ่งมาจากถนนทางทิศใต้ตรงที่วัดแห่งนี้จากนั้น
ก็มี พระสงฆ์รูปนั้นก็ชี้ลงตรงไปพบซากกระะดูกไดโนเสาร์แล้วพูดว่า " ที่นี้สมบูรณ์แล้ว"
จากนั้นภาพก็ค่อย ๆ
จางหายไปและได้เกิดแสงสว่าง
จ้าทั่วโลกทำให้ท่านมองเห็นนครเวียงจันทร์ (ภูเขาควายที่ประเทศลาว) แสงเหล่านั้น
จึงค่อย ๆ จางหายไป
พอตอนเช้าท่านจึงได้ลงจาก
หลังภูเขาภูกุ้มข้าววันนั้นก็ได้มีพายุฝนตกหนักตั้งแต่ตอนเช้าจนถึงเที่ยงวัน
แล้วท่านก็ได้
ได้ เดินออกไปตรวจดูบริเวณที่นิมิตเห็นรถบัสคันนั้น
มาจอดอยู่ทำให้ท่านเกิดนิมิตพบโศก (หลุมลึก) กว้างประมาณ 4 ศอก ยาว 8 ศอก
ศอก จากที่ฝนตกหนักทำให้น้ำฝนได้ชะล้างหน้าดินจึงพบชิ้นส่วน
กระดูกมีลักษณะกลายเป็นหินโผล่ออกมา ท่านก็ได้เก็บเอากระดูกมากอง
ไว้ประมาณ 20- 30 ชิ้น จนกระดูกกองนั้น สูงเท่าเอวตอนแรกท่านก็
็คิดว่ามันเป็นกระดูกช้างท่านเก็บกระดูกตรงนั้นเป็นเวลา 4 วัน
จนพระภิกษุภายในวัดถามว่า "ท่านไปบริเวณนั้นทำไม" และท่านก็ได้เล่าเรื่องราว ของกระดูกนั้นให้พระภิกษุในวัดฟังและพาไปดูที่ท่านพบซากกระดูก
จากนั้นท่านก็ได้ไปเชิญท่านนายอำเภอ
ทางอำเภอจึงได้มาตรวจ
ูแต่ก็ไม่ทราบชัดเจนว่าเป็นกระดูกอะไร ทางอำเภอจึงได้ติดต่อไปทางจังหวัด
และนำเอากระดูกไปตรวจ
ที่จังหวัดด้วย 2-3 ชิ้น จากนั้น
ทางจังหวัดจึงได้แจ้งไปยังกรมทรัพยากรธรณีมาตรวจสอบ ซึ่งทางกรมทรัพยากรธรณี
จึงได้ขอกระดูกส่วนข้อไปพิสูจน์โดย ได้ทำการพิสูจน์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากฝรั่งเศสก็ได้พบว่ากระดูกไดโนเสาร์
และได้ทำการสำรวจและขุดค้น
อย่างเป็นระบบจนถึงปัจจุบัน
ต่อมาเดือนกันยายน 2537 นาย วราวุธ สุธีธร นาย เยาวลักษณ์ ชัยมณี นาย อัศนี มีสุข นาย ธีระพล วงศ์ประยูร
และคณะจากกอง
ธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี ได้ออกไปศึกษาวิจัยซากหงอนที่พบอยู่ในแหล่งไดโนเสาร์ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ
ประเทศไทย ในช่วงที่สำรวจอยู่ในพื้นที่นั้น ก็ได้รับแจ้งจากฝ่ายพัฒนาน้ำบาดาลที่ 3 โดยนาย อนันต์ เกตุเอม และนาย สุนทร ปัญจสุธารส
ว่าทางวัดสักกะวัน
พบกระดูก คาดว่าเป็นกระดูกไดโนเสาร์ จึงได้ไปตรวจสอบร่วมกันเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2537
ผลการขุดทดสอบเบื้องต้น
เมื่อวันที่
13-14 กันยายน 2537 พบว่า เป็นแหล่งสะสมกระดูกที่น่าสนใจมาก แต่ว่าช่วงเวลาที่ขุดเป็นฤดูฝน ชั้นหินมีน้ำมากทำให้การขุดค้นไม่สะดวก
อาจทำให้กระดูกเสียหายได้ จึงทำการปิดหลุมไว้ชั่วคราว พร้อมทั้งกำชับให้ทางวัดช่วยดูแล ห้ามมิให้ผู้ใดมาขุดค้นทำลายการขุดอย่างเป็นระบบ
ได้เดือนพฤศจิกายน 2537 คณะสำรวจไดโนเสาร์ไทย - ฝรั่ง ก็ได้ออกทำการสำรวจค้นหาฟอสซิลไดโนเสาร์อีกครั้งหนึ่งคราวนี้มุ่งหน้าไป
ทำการขุดค้นแหล่งที่พบเมื่อ 2 เดือนก่อน ที่ภูกุ้มข้าว วัดสักกะวัน เราคาดการณ์ว่าควรจะใช้แวลาทำการขุดและเข้าเฝือกกระดูกเอากลับห้องปฏิบัติการ
ทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยในเวลา 1 เดือน แต่ว่าเราคาดการณ์ผิดหมดเมื่อเริ่มขุดในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2537 กระดูก 2-3 ชิ้น เริ่มโผล่จากหินทรายสีแดง
หินทรายชั้นที่กลบฝังกระดูกอยู่นี้ค่อนข้างร่วนซุย เนื่องจากซีเมนต์ที่เชื่อมเม็ดทรายมีน้อย ทำให้การขุดทำได้เร็ว ฉะนั้นเพียงสัปดาห์แรกกระดูกขาหน้า
กระดูกสะโพก และกระดูกส่วนหางของไดโนเสาร์ซอโรพอตขนาดใหญ่ก็โผล่ออกมาจากชั้นหินเรียงรายเห็นเป็นกลุ่มใหญ่ ประมาณ 50 ชิ้น หลุมขุด
ขยายกว้างไปเรื่อย ๆถึงสัปดาห์ที่ 2 กระดูกขาและกระดูกเท้า กระดูกสะบัก กระดูกคอ หลายชนิดก็โผล่ขึ้นมา กระดูกซี่โครงหลายซี่เรียงระเกะระกะออกมา
จากระดูกสันหลัง แล้วก็มาถึงกระดูกต้นขาหลัง อีก 2 คู่วางกันอยู่ในกองกระดูก 2 กอง ทำให้บอกได้ว่ากระดูกเหล่านี้มาจากไดโนเสาร์อย่างน้อย 2 ตัว
การขุดดำเนินต่อเนื่องไป หลุมขุดขยายกว้างออกไป จำนวนกระดูกก็โผล่มากขึ้นทุกที จนเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2537 กระดูกเลขสุดท้ายที่ลงในแผนผัง
คือ 181 ถึงตอนนี้ หลุมขุดแห่งนี้ก็เป็นแหล่งที่พบฟอสซิลไดโนเสาร์ที่มากที่สุดในประเทศไทย มากยิ่งกว่าหลุมขุดทุกแห่งที่เคยขุดมาก่อน และชิ้นกระดูก
ยังมีต่อเนื่องเข้าไปในชั้นหินอีก การขุดยังต้องดำเนินต่อไปหลุมขุดค้นวัดสักกะวัน ห่างจากโบสถ์วัดสักกะวันเพียง 150 เมตร โดยแยกเข้ามา
จากถนนกาฬสินธุ์ สหัสขันธ์ ที่ กม 28 ข้างโรงเรียนสหัสขันธ์ศึกษา
ก่อนถึงที่ว่าการอำเภอสหัสขันธ์เพียง 2 กิโลเมตร เรียกได้ว่าอยู่กลางอำเภอ
การคมนาคมสะดวก ทำให้มีผู้มาเยี่ยมชมการขุดค้นกระดูกจำนวนมากทุกวัน
ตั้งแต่เช้าถึงค่ำ ฉะนั้นปัญหาที่ตามมาคือ การป้องกันหลุมขุดค้น เกตุเอม
หัวหน้าฝ่ายพัฒนาน้ำบาดาล 3 จึงเห็นร่วมกันว่าควรมีหลังคาและรั้วป้องกัน
ซึ่งฝ่ายพัฒนาน้ำบาดาล 3 ได้สนับสนุนโครงการนี้โดยส่งเจ้าหน้าที่ 10 คน
พร้อมอุปกรณ์มาดำเนินการสร้างอาคารโครงเหล็ก หลังคาสังกะสีมีช่อง
แสงกั้นรอบด้วยตาข่าย มีประตูใหญ่ 2 บาน คลุมพื้นที่ 9x12 เมตร
ขอบหลุมเรียงด้วยก้อนหินทราย กลบด้วยดินทรายที่ขุดออกจากหลุมขุดค้น คณะ
เจ้าหน้าที่ชุดนี้ปฎิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่ง เพียง 10 วัน
อาคารป้องกันหลุมก็เสร็จเรียบร้อย ในเวลาต่อมาก็ต้องขยายพื้นที่ขุดเพิ่มเติม จึงสร้าง อาคารต่อไปอีก 11x12 เมตร หากรวมแล้วอาคารปัจจุบัน
จึงมีพื้นที่ประมาณ 240 ตารางกิโลเมตร

ตลอดช่วงปี พ.ศ. 2538 ได้ทำการขุดกระดูกภายในบริวเณที่สร้างหลังคา และรั้วป้องกันไว้ในช่วงก่อนฤดูฝน ก็ได้รับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่
และเครื่องมือเจาะหินขนาดใหญ่จากกองช่างกรมทรัพยาธรณี ทำการขุดกระดูก และกองรังวัดก็ช่วยทำรังวัดที่บริเวณภูกุ้มข้าวเป็นแผนที่ภูมิประเทศ
เพื่อใช้ในการวางแผนพัฒนาภูกุ้มข้าวถึงเดือนตุลาคม 2538
ได้ทำการขุดพบกระดกูอีกหลายร้อยชิ้น ที่น่าสนใจมากคือฟอสซิลไดโนเสาร์ซอโรพอตตัวหนึ่ง
เกือบสมบูรณ์ทั้งตัว
โดยที่กระดูกยังคงเรียงรายต่อกันอยู่ โดยไดโนเสาร์ตัวนี้นอนคว่ำกระดูกสันหลังตั้งขึ้นมีซี่โครงออก 2 ข้างของลำตัว
กระดูกสะโพกทุกชิ้นยังอยู่
ในตำแหน่งเดิม ต่อไปถึงกระดูกหาง ซึ่งเรียงม้วนเป็นวงกลม พาดขึ้นไปกลางหลังและยาวต่อไปจนกระทั่งถึงปลายทาง
กระดูกขาหลัง 2 ข้าง
ก็อยู่ทั้งซ้าย ขวา แต่ขาท่อนล่างหลุดกระจายออกไป ขาหน้าข้างซ้ายยังอยู่ แต่ขาหน้าข้างขวา คอ และส่วนหัวหลุดกระจายออกไป
โครงกระดูก
ของไดโนเสาร์ที่พบนี้นับว่าเป็นโครงกระดูกที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยพบมาในไทย คงจะบอกเราเกี่ยวกับขนาดรูปร่างขึ้นใหม่ถูกต้อง
นอกจากโครง
ร่างนี้แล้ว ก็ยังพบส่วนของหัวกระโหลก
ไดโนเสาร์ซอโรพอตอีกหลายชิ้น ทำให้ทราบว่าแหล่งนี้มีไดโนเสาร์ซอโรพอต 2 ชนิด
และคาร์โนซอร์ 2 ชนิด
จากกระดูกที่พบทั้งหมดขณะนี้กว่า 630 ชิ้น ซึ่งมาจากไดโนเสาร์อย่างน้อย 6 ตัว ส่วนใหญ่เป็นกระดูกไดโนเสาร์ซอโรพอต
จากนั้นเป็นต้นมา ฟอสซิลจากหลุมขุดค้นก็ค่อย ๆ ทยอยนำขึ้นมาอนุรักษ์ภายในห้องปฎิบัติการเฉพาะกิจ ซึ่งจัดตั้งโดยใช้ศาลาของวัด
สักกะวันเป็นที่ทำการขณะเดียวกัน กรมทรัพยากรธรณีก็จัดสร้างอาคารเพื่อใช้เป็นห้องปฎิบัติการสำหรับอนุรักษ์ตัวอย่างฟอสซิลเหล่านี้
ตามวิธี
ที่เหมาะสมและทันสมัยที่สุดเท่าที่มีอยู่เช่นในต่างประเทศ เมื่อตัวอย่างเหล่านี้ได้รับการอนุรักษ์อย่างถูกต้องตามกระบวนการแล้ว
ก็จะได้รับการ ศึกษาเปรียบเที่ยบเพื่อวินิจฉัยชนิดและอายุของฟอสซิลเหล่านั้น
สหัสขันธ์รื่นรมย์ พระพรหมภูสิงห์ สวยยิ่งเขื่อนลำปาว ภูค่าวพระนอน
พักผ่อนแหลมโนนวิเศษ อาเขตไดโนเสาร์ ภูกุ้มข้าวสัตว์โลกล้านปี
จากการศึกษาวิจัยซากกระดูกไดโนเสาร์ที่ภูกุ้มข้าว วัดสักกะวัน อำเภอสหัสขันธ์
จังหวัดกาฬสินธุ์ ทำให้ทราบว่าเป็นไดโนเสาร์ซอโรพอต 2 ชนิดชนิดแรกเป็นเดียวกับที่อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่นคือ
ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน ( Phuwiangosaurus sirindhorhae) ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก
ในยุคครีเทเชียส ตอนต้น นานประมาณ 130 ล้านปีมาแล้ว
เป็นไดโนเสาร์ซอโรพอตกินพืชเป็นอาหารมีขนาดกลางเดิน 4 เท้า คอยาว หางยาวและมีขนาดยาวประมาณ 15 - 20 เมตร
ชนิดที่สองยังต้องรอผลการวิจัยและนอกจากนี้ยังมีฟันของไดโนเสาร์ คาร์โนซอร์ อีก 2 ชนิด คือ
สยามโมซอรัส สุธีธรนิ
และสยามโมโทรันนัส อิสานเอนซิสมี ชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 130 ล้านปีมาแล้วปัจจุบันพบซากไดโนเสาร์ซอโรพอต
ในหลุมเดียวกันเป็นจำนวนอย่างน้อย 6 ตัว และมีกระดูกมากถึงเกือบ 800 ชิ้น



หมายเลขโทรศัพท์พิพิธภัณฑ์สิรินธร 0-4387-613 ,0-4387-1614 หมายเลขโทรศัพท์หลุมไดโนเสาร์ 0-4387-1025 

สำนักงานเทศบาลตำบลโนนบุรี
เลขที่ 70 ถนนหน้าเมือง ตำบลโนนบุรี
อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46140
โทรศัพท์ : 0-4387-1146โทรสาร : 0-4387-1566 ,หมายเลขฉุกเฉิน 0-4387-1329
E-mail : nonburee_radio@hotmaill.com
Web
master : antyclub20@hotmail.com
(ผู้ดูแลระบบและปรับปรุงเว็บไซด์ : นางสาวพักตร์ศิริ ผลเรือง นักวิชาการประชาสัมพันธ์)
|